Page 428 - NEIC_FINAL REPORT
P. 428

 2-254
- กําบ และกะลํามะพรํา้ ว ไดจ้ ํากกํารนํา มะพรํา้ วมําปลอกเปลอื กออกเพอื่ นํา เนอื้ มะพรํา้ วไปผลติ กะทิ และนํา้ มนั มะพรํา้ ว
- ส่ําเหล้ํา ได้จํากกํารผลิตแอลกอฮอล์ เป็นต้น
o พลังงํานชีวมวล(Bio-energy)หมํายถึงพลังงํานที่ได้จํากชีวมวลชนิดต่ํางๆโดยกระบวนกํารแปรรูปชีวมวลไปเป็น
พลังงํานรูปแบบต่ําง ๆ
• กํา๊ ซชวี ภําพ (Biogas) เปน็ แกส๊ ทมี่ อี งคป์ ระกอบหลกั เปน็ มเี ทน (CH4) ประมําณรอ้ ยละ 60 และคํารบ์ อนไดออกไซด์ (CO2)
ประมําณร้อยละ 30 โดยปริมําตร มีควํามช้ืน ไนโตรเจน (N2) และไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H2S) ปนอยู่เล็กน้อย เป็นผลผลิตจํากกําร หมักของเสีย เช่น มูลสัตว์ น้ําเสียจํากฟําร์มปศุสัตว์ ผ่ําน 4 ขั้นตอน คือ ไฮโดรไลซิส (hydrolysis) อะซิโดจีนีซิส (acidogenesis) อะซิโตจีนีซิส (acetogenesis) และเมทําโนจีนีซิส (metanogenesis) เป็นแก๊สเชื้อเพลิง ให้ควํามร้อน และผลิตกระแสไฟฟ้ํา พลงั งํานแสงอําทติ ย์ (Solar energy) เปน็ พลงั งํานทเ่ี กดิ จํากกํารแผร่ งั สขี องดวงอําทติ ย์ ซงึ่ สํามํารถเปลยี่ นใหอ้ ยใู่ นรปู ของพลงั งําน รูปแบบอื่นๆ ตัวอย่ํางเช่น พลังงํานควํามร้อน หรือพลังงํานไฟฟ้ํา
• พลังงํานลม (Wind energy) เป็นพลังงํานจลน์ที่เกิดจํากกํารเคลื่อนที่ของอํากําศ ใช้เครื่องมือต่ําง ๆ เปลี่ยนรูปพลังงําน ให้อยู่ในรูปแบบที่ใช้ประโยชน์ได้ เช่น กังหันลมผลิตไฟฟ้ํา (wind turbine) สีลม (windmill) สูบน้ําหรือระบํายน้ํา หรือใช้ร่อง ใบเรือเพื่อขับเคล่ือนเรือใบ
• พลังงํานน้ํา (Hydro power) เป็นพลังหรือกําลังที่เกิดจํากกํารไหลของน้ํา ซึ่งเป็นพลังที่มีอํานุภําพมําก พลังงํานจลน์ และพลังงํานศักย์ของน้ําซ่ึงเกิดจํากกํารไหลของน้ํา และกํารปล่อยน้ําจํากที่สูง หรือกํารข้ึน-ลงของคล่ืน แปลงเป็นพลังงํานกล ขับเคลื่อนกังหันน้ําและเคร่ืองกําเนิดไฟฟ้ํา เรียกว่ํา ไฟฟ้ําพลังน้ํา (hydroelectricity)
• พลังงํานควํามร้อนใต้พิภพ (Geothermal) เป็นพลังงํานธรรมชําติที่เกิดจํากควํามร้อนที่ถูกกักเก็บอยู่ใต้ผิวโลก พบใน บริเวณที่มีกํารไหล หรือแผ่กระจํายของควํามร้อนจํากใต้พื้นโลกขึ้นมําสู่ผิวดินมํากกว่ําปกติ (hot spot) โดยในบริเวณดังกล่ําวมี กํารเคล่ือนที่ของเปลือกโลกทําให้เกิดรอยแตกของชั้นหิน เมื่อน้ําจํากผิวดินซึมลงไปตํามแนวรอยแตกจะได้รับควํามร้อนจําก ชนั้ หนิ จนกลํายเปน็ นํา้ รอ้ นและไอนํา้ ซง่ึ จะแทรกตวั กลบั ขนึ้ มําสผู่ วิ ดนิ ปรํากฏเปน็ บอ่ นํา้ รอ้ นนํา้ พรุ อ้ นไอนํา้ รอ้ นหรอื บอ่ โคลนเดอื ด สํามํารถนํามําผลิตไฟฟ้ําได้ โดยใช้ไอน้ําจํากแหล่งกักเก็บที่มีอุณหภูมิสูงกว่ํา 180 องศําเซลเซียส และควํามดันมํากกว่ํา 10 บรรยํากําศไปหมนุ กงั หนั เพอื่ ผลติ ไฟฟํา้ โดยตรง เชน่ เดยี วกบั โรงไฟฟํา้ พลงั ควํามรอ้ นทวั่ ไป หํากไอนํา้ จํากแหลง่ กกั เกบ็ มอี ณุ หภมู ิ ต่ํากว่ํา 180 องศําเซลเซียส จะต้องอําศัยของไหลใช้งําน (working fluid) ซึ่งเป็นของเหลวที่มีจุดเดือดต่ํามํารับควํามร้อนจําก นํา้ รอ้ นจนเดอื ดและเปลยี่ นสภําพเปน็ ไอควํามดนั สงู นํา ไปหมนุ กงั หนั ผลติ ไฟฟํา้ ได้ โรงไฟฟํา้ ชนดิ นเี้ รยี กวํา่ โรงไฟฟํา้ ระบบ 2 วงจร ในประเทศไทยมีโรงไฟฟ้ําพลังควํามร้อนใต้พิภพที่อําเภอฝําง จังหวัดเชียงใหม่ ขนําดกําลังผลิตไฟฟ้ํา 300 กิโลวัตต์ น้ําร้อนที่นํา ไปใชใ้ นโรงไฟฟํา้ เมอื่ ถํา่ ยเทควํามรอ้ นแลว้ อณุ หภมู จิ ะลดลงเหลอื 77 องศําเซลเซยี ส สํามํารถนํา ไปใชใ้ นกํารอบแหง้ และหอ้ งเยน็ สําหรับเก็บรักษําพืชผลทํางกํารเกษตรได้
2.2.2.2 การจัดกลุ่มตามประเภทข้อมูล
กํารจัดหําพลังงําน ประกอบด้วย กํารผลิต กํารนําเข้ําสุทธิ (ปริมําณ กํารนําเข้ํา - ปริมําณกํารส่งออก) และส่วนเปลี่ยนแปลง ของสต๊อก
2.2.2.2.1 การจัดหาพลังงาน
• กํารผลิต ปริมําณกํารผลิตพลังงํานข้ันต้นภํายในประเทศ o กํารผลิตพลังงํานเชิงพําณิชย์
- ปริมําณกํารผลิตพลังงํานเชิงพําณิชย์ขั้นต้น - ปริมําณกํารผลิตลิกไนต์
- ปริมําณกํารผลิตน้ํามันดิบ
- ปริมําณกํารผลิตคอนเดนเสท
- ปริมําณกํารผลิตก๊ําซธรรมชําติ
- ปริมําณกํารผลิตน้ํามันสําเร็จรูป
- ปริมําณกํารผลิตไฟฟ้ํา
Strategic Design and Development Study of the National Energy Information Center to Support National Energy Plan โครงการศึกษาการจัดทําาแผนยุทธศาสตร์และออกแบบการพัฒนาศูนย์สารสนเทศพลังงานแห่งชาติ เพื่อรองรับการใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ในการขับเคล่ือนแผนพลังงานของประเทศไทย














































































   426   427   428   429   430